กิจกรรม
แบ่งการปฏิรูปประเทศไทยเป็น
แบ่งการปฏิรูปประเทศไทยเป็น๑ ภาคพื้นที่ ไล่จากพื้นที่ชุมชน ตำบล อำเภอ จังหวัด ภาค รวบรวมข้อมูล ท่านสน รับผิดชอบ
๒ ภาคส่วนกลาง งบประมาณแบ่งเป็นกลุ่มรับฟังความคิดเห็น และเชิญชวนนักวิชาการ โดยสมาชิกร่วมกันเสนอนักวิชาการ และทุกภาคส่วนเท่าที่งบประมาณมี ส่วนใหญ่คืออยู่ส่วนกลาง เข้าร่วมกิจกรรมในแต่ละด้าน
๒.๑ ปฏิรูป การเมือง
๒.๑.๑ระยะเร่งด่วน คือรับฟังวิธีการได้มาซึ่งผู้แทนที่ดี การได้มาซึ่งตัวแทนที่ดีมีคุณภาพ แก้ไขเกณฑ์การเลือกตั้ง เช่นการ เลือกกกต จังหวัด โดยประชาชน สลับกรรมการเลือกตั้งในพื้นที่ต่างๆกันก่อนวันเลือกตั้งเอกสารแนบ
๒.๑.๒ การแก้ไขปัญหาระยะยาว เช่น แยกนิติบัญญัติออกจากฝ่ายบริหาร เลือกนายก รมต ปปช กกต ศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยตรงจากประชาชนกฎหมายทุกชนิดต้องผ่าน การรับฟังความคิดเห็น
๒.๒ ปฏิรูปการศึกษา พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และปลูกฝังศิลธรรม รู้เท่าทัน มีความสามารถ ศักยภาพ ประกอบอาชีพที่มีผลตอบแทนสูงขึ้น สามารถ ยืนบนขาตนเองได้ เยาวชนดพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ
ได้แก่_ปฏิรูปการเรียนการสอน อาจจะใช้ เอกชนทำหรือโรงเรียนสาธิต ร่วมกับ ครูต้นเเบบ ครู รร นานาชาติ_แก้ไขแอดมิชชั่น เป็นระบบเอ็นทร้านซ์_ตั้งศูนย์ความรู็ ผลิตซอฟแวร์ และมีที่ปรึกาษ ฝ่ายวิชาการส่วนกลาง_สร้างคู่มือครู ปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนการสอน ให้เด็กคิดเป็นมีวิจารณญาณ เข้มแข็ง รู้เท่าทัน รักบ้านเมืองโดยร่วมกับ ทหาร ศาสนา องค์กรเอกชน_ปรับลดหลักสูตรเนื้อหาซ้ำซาก ลง ๓๐_ ๕๐เปอร์เซ็นต์ ใส่กิจกรรมและภาคปฏิบัติให้เกิดการเรียนรู้จริงปฏิบัติได้ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสู่พฤติกรรมที่ดีขึ้นได้
ด้านศิลธรรมฝึกจิตใจให้สงบ ปราศจากกิเลศ โลภ โกรธ หลงมีกตัญญู ซื่อสัตย์ รับผิดชอบ รักบ้านเมือง ส่วนรวมก่อนเรียนทุกคาบให้เด็กนั่งสมาธิวัดพฤติกรรมความดีที่กระทำในแต่ละวัน ให้เขียนความดีของตนเองมาสร้างคนให้เห็น คุณค่าชีวิตผู้อื่นอดทน อดกลั้น อดออม
พระที่ควรเชิญเข้าร่วมกิจกรรม เช่น พระหลวงพ่อปัญญา พระวัธรรมมงคล พระไพศาล ฯลฯ
สังคม มีพื้นที่สาธารณะ ให้เยาวชน ประชาชน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ปรับปรุงผังเมือง โดยเฉพาะ ในตัวเมือง ใหญ่
มีการนำนักเรียนนักศึกาษบำเพ็ญสาธารณธประโยชน์ ทุกวันศุกร์บ่าย ฯลฯ
๒.๓กระบวนการยุติธรรม การได้มาซึ่งผู้แทนกระบวนการยุติธรรมการมีคณะลูกขุน การมีธรรมาภิบาลในหน่วยงานกระบวนการยุติธรรม ลำดับเวลาการสามารถวิจารณ์ กระบวนการยุติธรรมที่ไม่เอาไปเชื่อมโยงเกี่ยวพันธ์กับ สถาบัน
๒. ๔ปฏิรูปสื่อมวลชน ให้ทกสื่อมวลชนมีพื้นที่๒๐ % เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่สื่อ โดยเฉพาะของรัฐ ต้องกำหนดให้มี๕ % รายการ เพือการอบรมเลี้ยงดูเยาวชน๕% รายการเพื่อความรู็ด้านดูแลสุขภาพ๕ % รายการเพื่อการพัฒนาประชาธิปไตย๕ % รายการเพื่อ กล่อมเกลาจิตใจ ศิลธรรม
อื่นๆเช่นการฝึกอาชีพ ฯลฯ
สื่อส่วนนี้ควรให้ภาคประชาสังคม ศาสนามาร่วมดำเนินการควรกำหนดค่าโฆษณา เพราะสุดท้ายจะส่งผลกระทบในราคาสินค้าต่อประชาชน ผู้มีรายได้ต่ำควรกำหนดการควบคุมเนื้อหาสาระในรายการโดยเฉพาะนิยายหลังข่าว ที่ออกมา โดยเฉพาะความคิดช่ัวร้าย และตัวอย่างดาราที่ทำลายวัฒนธรรมประเพณีไทย
๕สร้างหลักสูตรประชาธิปไตย และคู่มือประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า ร่วมกับ กระทรวงศึกษา และสมาชิก เช่นอ.ดารณี อ.ประพีพรรณ และผุ้สนใจอื่นๆ โดยเน้นบทบาทพฤติกรรม การลงปฏิบัติมากกว่า การลงแต่เนื้อหา เช่นทุกโรงเรียน ควรมีห้องการรับฟังความคิดเห็นและชี้แจง นโยบายใหญ่ๆ ของโรงเรียน สถานศึกษา ต้องให้ผู้ปกครอง เยาวชนร่วมกันตัดสินใจ
กำหนดเชิญชวนนักวิชาการและผู้สนใจทุกคนเข้าร่วมกิจกรรม อาจจะประชุมครั้งเดียวกัน แต่แบ่งกลุ่มหรือจัดหลายครั้ง
หลังสรุปรายงานให้เวียนให้สมาชิกทุกคนรับ ทราบเพื่อประชุมสภาอีกครั้งว่าประเด็นไหนควรเพิ่ม ลด
เรียนเชิญท่านที่รักบ้านเมืองทุกท่านช่วยเพิ่มเติม ปรับปรุงแก้ไขในแต่ละประเด็น แล้วส่งกลับมาที่thai9lee@gmail.com,kamolpar@yahoo.comหรือในเวบไซด์ www.thammapiban.com
โปรดพิจารณาเพิ่มเติม
พท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี๕พย ๒๕๕๓

Leave a Reply