ปฏิรูปประเทศไทย

ปฏิรูปการเมือง กับ อนาคตประเทศไทย

พท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี    ปรับแก้ไขใหม่ 22 พย 2552
สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง

ปัญหาประเทศไทย  สรุปจาก คู่มือ ผนพัฒนาการเมืองจ   ไม่ได้ คนที่ประชาชนต้องการอย่างแท้จริง  แผนพัฒนาการเมือง  โดยคณะกรรมการเตรียมการจัดตั้งสภาพัฒนาการเมือง และยกร่างแผนแม่บทพัฒนาการเมือง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

การเมืองไทย  ยังขาดความเป็นประชาธิปไตย  โดยประชาชน เพื่อประชาชน  ของประชาชนอย่างแท้จริง    เพราะประชาธิปไตย ที่มีอยู่เป็น ประชาธิปไตยแค่ 4 วินาที  ขาดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง  และ  ประชาธิปไตย 4 วินาทีก็ยังมีขบวนการบิดเบี้ยวเพื่อให้กลุ่มใดหรือคนใด ได้กุมอำนาจ   ไม่ได้ คนที่ประชาชนต้องการอย่างแท้จริง

สภาพัฒนาการเมือง มีความเป็นอิสระเพื่อติดตามสอดส่องให้มีการปฏิบัติตามแผนดังกล่าวอย่างเคร่งครัด
มาตรา 78(7)และ รัฐธรรมนูญมาตรา มาตรา87  (3) ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทุกระดับ ในรูปแบบองค์กรทางวิชาชีพหรือตามสาขาอาชีพที่หลากหลาย หรือรูปแบบอื่น

ปัญหาการเมือง ในปัจจุบันคือ

๑.ประชาชน ตื่นตัวน้อย ไม่มีสื่อตัวกลางที่จะเชื่อมถึงกัน     ไม่รู้จักบทบาทของตนเองในการปกครองระบอบประชาธิปไตย แต่ไม่รู้ว่าตนเองมีสิทธิติดตามทวงถาม   ทักท้วง  ความไม่ยุติธรรม   ความไม่ชอบมาพากล   รู้เพียงแค่ว่ามีสิทธิในการเลือกตั้งเท่านั้น    ไม่รู้ว่าจะไปหาใครหากเกิดถูกละเมิดสิทธิ

(รัฐเน้นใช้อำนาจกับประชาชน  แต่  ไม่ให้อำนาจประชาชน)

๒. ระบบอุปถัมภ์ ยังคงมีอยู่ทั้งในเมือง ( ชุมชนแออัด )  และ  ชนบท  ประชาชนยังยากจนพึ่งตนเองไม่ได้ ( เหตุจากการศึกษา  คุณภาพคน )  จึงต้องพึ่งผู้แทน  ซึ่งเงินเดือนอย่างเดียว     ซึ่งคงไม่พอ  จึงต้องหาเงินนอกระบบอุปถัมภ์ในระบบราชการ  เล่นพรรคเล่นพวก  ส่งส่วย  รับใช้นาย  มากกว่า ประชาชน

(เน้นจงรักภักดีกับนาย แต่ทรยศทอดทิ้งประชาชนพูดง่ายๆ ทิ้งงานราฎร์      มาเอาใจงานหลวงใช้เวลามาอุปถัมภ์ พวกเดียวกันเอง)

นักการเมืองที่เป็นนายทุนพรรค  ได้รับแต่งตั้งเป็น รมต.   ( ความจริงต้องกำหนดคุณสมบัติ รมต.  หรือประเมินผลงาน ภายใน 6  เดือน  ถึง  1  ปี  ปลดออกได้)

๓.ระดับครอบครัว   กระบวนการเลี้ยงดูเด็กยังติดนิสัยอาวุโส   ไม่ยอมรับการโต้เถียงของเด็ก  เลี้ยงแบบไข่ในหิน  พึ่งตนเองไม่ได้       ครอบครัว  พ่อแม่  ยังเลี้ยงดูเด็กแบบสร้างเสริมนิสัยความเป็นเจ้าขุนมูลนาย  ความเห็นแก่ตัว  การแก่งแย่งช่วงชิงมากกว่า  การช่วยเหลือ  เมตตาธรรม  และหลายครอบครัวไม่มีองค์ความรู้ในการเลี้ยงลูกที่ถูกทาง รวมถึงการไม่ปลูกฝังความดี    การมีเมตตาธรรม การเห็นคุณค่าของชีวิตอื่น  ความรักชาติ เสียสละ การมีจิตอาสา

(นักการเมืองขุนนางทำให้ประชาชนกลัว มากกว่าทำให้เกรงใจ) “การปกครองแท้จริงต้องทำให้ประชาชนรู้สึกว่าไม่ถูกปกครอง” รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี รักประชาชนให้ทำตัวเป็นแบบอย่าง

๔.ปัญหา ระบบการศึกษ

-   ไม่ปลูกฝังสิทธิ  เสรีภาพ  หน้าที่  อุดมการณ์ ความรักชาติ ของเยาวชน   คุณธรรมจริยะธรรม  อย่างเป็นรูปธรรม  มักเน้นความจำ   เป็นแต่ในตำรา  หรือในห้องสอบ    มากกว่า  วิถีชีวิตจริง

-    รัฐและมหาวิทยาลัย  ไม่ส่งเสริมประชาธิปไตย  ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชน เยาวชน  เข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง    เช่นไม่มีงบและวิธีการสนับสนุนให้เยาวชนทำกิจกรรม    ( มหาวิทยาลัย  นิสิตยังต้องเสียเงินค่าใช้ห้องประชุม  และหาเงินทำกิจกรรมเอง จะสังเกตได้ตามแยกต่างๆ   ตามทางขึ้นรถไฟฟ้า   นิสิต ยังถือกล่อง รับบริจาคเพื่อนำไปทำกิจกรรม เอง  )

-    รัฐยังต้องการให้ประชาชน เคารพ การปกครองของรัฐ   และ เป็นพลเมืองดีที่อยู่ในโอวาทของรัฐมากกว่าการสร้างพลเมืองที่ต้องการมีส่วนร่วมในการปกครอง

-    โรงเรียนไม่เปิดโอกาสให้เยาวชนสะท้อนปัญหาการศึกษาอย่าง กว้าง ขวาง  ไม่ว่า การเกิด ปัญหาข้อขัดแย้งระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัย  การบังคับเรียน  เกิดโรงเรียนกวดวิชามากมาย  และผู้บริหารกระทรวงไม่เปิดใจให้ฝ่ายปฏิบัติ ได้สะท้อนปัญหาอย่างแท้จริง

-    ผู้ใหญ่ไม่เป็นแบบอย่างประชาธิปไตยให้เด็กดู    ครูยังเป็นเผด็จการมากกว่าประชาธิปไตย  รวมทั้งข้าราชการผู้น้อย ยังไม่สามารถโต้แย้งข้าราชการผู้ใหญ่ได้เต็มที่

๕. ไม่มีสื่อของภาคประชาชนที่แท้จริง  ประชาชน  ที่บริสุทธิ์ใจ  ไม่สามารถรวมตัวกันได้ หรือรวมตัวกันได้แต่ด้วยผลประโยชน์ส่วนตัว  พรรคพวก มากกว่า  ส่วนรวม     และความมีอัตตาในตนเองสูง       ถือว่าตนเองเป็นคนดี        มีการใช้ฐานประชาชนบางกลุ่มขึ้นมาต่อรอง  เกิดม็อบมวลชน  ใช้ความรุนแรงมากกว่า  สันติวิธี   มีการยุแยกให้เกิดความแตกสามัคคีในหมู่ NGOด้วยกันเอง   เพราะไม่อยากให้รวมตัวกันได้  ซึ่งก็ได้ผล        เพราะฉะนั้นการรวมตัวกันของคนดีๆจึงยากกว่าการรวมตัวกันของกลุ่มผลประโยชน์

๖.ขาดการสนับสนุนจากภาครัฐ  ทั้งสื่อ   งบประมาณ   สถานที่ พื้นที่   เพื่อให้ประชาชนได้รวมตัวกันอย่างเข้มแข็ง

๗.การเมืองหลังการปกครอง  2475

มีการเปลี่ยนแปลงกติกา  เพื่อพัฒนาการเมืองให้เป็นระบอบประชาธิปไตยมากขึ้น   แต่ถึงแม้นจะสร้างมา   เพื่อควบคุมธุรกิจการเมือง      หรือเพื่อสร้างธรรมาภิบาล      กติกา  กลไกต่างๆ  ที่พยายามสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อปกป้องสิทธิ  เสรีภาพของประชาชน  เพื่อควบคุมนักการเมือง   กลับล้มเหลว ไม่ว่าที่มาของผู้แทน  กลไกการตรวจสอบ  ควบคุมถูกแทรกแซง     ที่มาของตัวแทนองค์กรอิสระ    ยังให้นายทุน  อำนาจถูกครอบงำได้ ( ในบางตัวแทน )      กระบวนการยุติธรรม  องค์กรอิสระที่ต้องพึ่งอำนาจและงบประมาณจากรัฐ   ไม่ว่าสภาพัฒนาการเมืองที่เพิ่งตั้ง  ก็ได้งบจำกัด ยังอยู่ในกลุ่มอำนาจเดิมๆที่ไม่จริงใจที่จะแก้ไขปัญหาการเมืองของประเทศ

๗.๑ การเมืองที่เปลี่ยนแปลงใหม่  ไม่สามารถสร้างวัฒนธรรมการเมืองแบบมีส่วนร่วม หรือแบบพลเมืองขึ้นมาได้  เพราะค่านิยมแบบอุปถัมภ์  คุ้นเคยกับบทบาทผู้ตามที่ดี  โดยเฉพาะประชาชนตามชนบท     ขบวนการเรียนรู้ไม่สอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตยที่สมบรูณ์   รัฐยังไม่ปลูกฝังหรือประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม  การใช้สิทธิ  หน้าที่ของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย ( รัฐธรรมนูญ  มาตรา  26 – 74  และแนวนโยบายของรัฐ  ม. 78 – 87 )   หรือการ ตรวจสอบติดตามในด้านนโยบาย  การออกกฎหมาย

(การเมืองใหม่ระบบสังคมนิยมเน้นรวมศูนย์อำนาจ

การเมืองใหม่ระบอบประชาธิปไตยเน้นกระจายอำนาจ อยากได้แบบไหนเลือกเอา)

๗.๒ ข้าราชการ  นายทุน  ผู้มีอิทธิพล  ชนชั้นปกครองยังหวงอำนาจ ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเสนอนโยบาย  สะท้อนความคิดเห็น  การร่วมออกกฎหมายต่างๆ

๗.๓ พรรคการเมืองยังมีลักษณะเป็นของนายทุน  ชนชั้นปกครอง  ผู้มีอิทธิพล  นักเลง  พ่อค้า  อันธพาลมากกว่าเป็นของประชาชนระดับรากหญ้า     นายทุนมีบทบาทมากกว่าผู้ทำความดี ปล่อยให้สื่อชี้นำ เชิดชูสร้างภาพบางบุคคลเพื่อให้ประชาชนที่ตามไม่ทันหลงตามเกม ที่วางไว้ จะเห็นว่าการเลือกตั้งผู้ว่า  หรือ สส. พรรคการเมืองมีการชี้นำ  บางกลุ่ม และ โจมตี บางกลุ่ม

๗.๔ ไม่มีเกณฑ์ที่ต้องคัดกรองตัวแทนก่อนสมัครรับเลือกตั้ง รวมทั้งเกณฑ์การเลือกตั้งยังคงมีช่องโหว่ให้เกิดการใช้อิทธิพล  ทั้งจากข้าราชการ  ผู้มีอิทธิพลทางอำนาจ  นายทุน     โกงคะแนนเข้ามาใช้  เช่นการใช้อำนาจมืด  อิทธิพล  ข่มขู่ฝ่ายตรงข้าม ฯลฯ

๗.๕  กลุ่มสื่อมวลชน ขาดจรรยาบรรณ ส่วนหนึ่ง ยังคงตกอยู่ในอำนาจของ ทุน ไม่กล้าแสดงข้อเท็จจริง      ส่งเสริมคนโกง  มากว่าคนดีๆที่อาสา เพื่อบ้านเมือง   ในการเลือกตั้งหลายครั้ง    ยังคงให้กลุ่มนายทุนเข้ามามีอิทธิพลมากกว่า เสนอภาพคนดีๆ  จริงๆให้ปรากฏ

สื่อไม่เผยแพร่สิทธิ   หน้าที่ ของประชาชน อย่างทั่วถึง     การสร้างจิตสาธารณะ  ส่งเสริมการ

รวมกลุ่ม  ส่งเสริมบทบาทของแต่ละกลุ่มให้เข้มแข็ง

ปัญหาพรรคการเมือง

ก่อนหน้านี้พรรคเล็กพรรคน้อย  สส. อิสระ  ไม่สังกัดพรรค  รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ  ( ถ้ารัฐบาลไม่โปร่งใส  ไม่มีธรรมาภิบาล )ปัญหาพรรคใหญ่  พรรคเดียว  สส. สังกัดพรรค  รัฐบาลกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ  และแทรกแซงองค์กรอิสระ มีผลประโยชน์ทับซ้อน (แต่ประชาชนเดือดร้อน เพราะผู้นำไร้เมตตาธรรม) สรุปปัญหา ทั้งสองอย่าง คือ ผู้นำ และรัฐบาล ขาดธรรมาภิบาล  เมตตาธรรม

ทางออก  ปฏิรูปการเมือง ทำได้ทันที

ขอเสนอข้อคิดเห็นที่จะเกิดมรรคผลแก่ บ้านเมืองทันที     คือ

(เหมือนในบราซิล ที่ยึดที่ดินมาบริหารเองเลย : direct action ที่มากรุงเทพธุรกิจ  22 กันยายน 2551 )

๑  เริ่มแรกเลยขอให้รัฐบาล ให้สื่อทีวีหนึ่งช่องฟรี แก่ ภาคประชาชนจริงๆ   หรือสภาพัฒนาการเมือง   หรือเชิญชวนทุกสื่อ  เสนอข้อมูลทุกด้านอย่างเป็นธรรม

๑.๑ ทั้งเรื่องสิทธิ หน้าที่ บทบาท  ของตนเองในระบอบประชาธิปไตย    ไม่ใช่ประชาธิปไตย เพียงแค่การหย่อนบัตร  แค่4  วินาที

๑.๒ รับเรื่องร้องเรียน     และชี้แจงเมื่อได้แก้ไข

๑.๓  เปิดเผยข้อเท็จจริงไม่หมกเม็ด เช่นราคาน้ำมัน  ก๊าซ   ค่าไฟฟ้า  ต้นทุนเป็นอย่างไร

๑.๔ กฎหมายที่จะผ่านสภา   มติครม.  นโยบายต่างๆ ประชาชนควรรับรู้ และมีส่วนร่วม

๑.๕ ห้องเรียนขนาดใหญ่ของประเทศ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ   การเมือง  สังคม การศึกษา

………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

เรื่องที่คนไทยทั้งประเทศมักมองข้าม ในการพัฒนาประชาธิปไตย และพัฒนาประเทศ

ประเด็นสำคัญๆ ที่สุด ของประเทศเรา  อยากจะขอสะท้อนให้ผู้ที่รักชาติ และผู้ที่มีอำนาจ ได้โปรดนำไปพิจารณาในการแก้ไขปัญหา ชาติ  หรือปฎิรูปการเมือง    ดังนี้
๑.     ทุกท่านรักชาติ อยากได้ประชาธิปไตย   ซึ่งการมีประชาธิปไตย คือการที่ทุกคนคิดว่าคือการเลือกตั้ง   ซึ่งทุกท่านคงทราบดีว่า การเลือกตั้งทุกครั้งมักมีการโกงคะแนน   การซื้อเสียง

มักได้คนที่เงินทุนสูง   กลุ่มอิทธิพล    โดยร่วมกับข้าราชการ     การเลือกตั้งทุกครั้ง   ไม่ว่า ผู้ว่ากทม .   สส  สว    อบต  อบจ    การเลือกตั้งใหญ่ๆ  ทุกครั้ง มักมีการใช้สื่อ  การใช้ สำนักโพลล์  ชี้นำ

การที่หลายท่านคิดจะตั้งพรรคการเมือง   แต่…….ท่านลองพิจารณาดู ในการเลือกตั้งหลายครั้ง  . คนดีๆๆทำไมไม่ได้รับเลือกเข้ามา   ไม่ว่า นพ นิรันทร์ พิทักษ์วัชระ(ตจว.)    หรือ  คุณ สำราญ รอดเพชร  ทั้งๆที่ กระแส ประชาธิปัตย์ ในกทม.สูง    นั่นหมายความว่า  อาจจะมีการสั่งให้คนนั้นได้ คนนี้ห้ามได้

ขณะนี้ กกต ไม่ได้ให้เครือข่ายภาคประชาชนเข้าร่วมตรวจสอบการเลือกตั้ง ไม่มีงบประมาณให้  ทั้งที่ควรจะทำตามกฎหมาย   แต่กลับไม่มี เพราะอะไร…เพื่อให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งสามารถเข้ามาได้ตามสั่งหรือไม่   และที่ทุกพรรคไม่ออกมาโวยวายเพราะ พรรคตนเองก็ใช้วิธีนี้ในบางพื้นที่ เหมือนกันหรือไม่ การทีมีข่าวการใส่บัตรเป็นปึกๆ  การพิมพ์บัตรเกิน เหล่านี้ล้วนมีผลต่อคะแนน ที่ได้

การที่พรรคบางพรรคที่มีนโยบายดีๆกลับถูกละเลยจากสังคม  ทั้งที่เป็น ทางออกให้ชาติ เช่นบางพรรค ที่จะมีการขุดคอคอดกระ   ให้ธนาคารเปิดเสรี  ยกเลิกระบบแอดมิชชั่น   ม.นอกระบบ หรือแม้นในบางครั้งที่คนดีอาสามารับใช้ชาติ แต่กลับถูกเมยเฉย     กลับไม่ได้ถูกเลือก       หลายๆครั้งทำไม  คนดีถึงไม่ถูกเลือก     เพราะฉะนั้น  การที่เราจะพัฒนาประชาธิปไตย ในประเทศไทย ท่านต้องเรียกร้องตั้งแต่ตอนนี้เรื่องการแก้ไขเกณฑ์การเลือกตั้ง   เช่น

- การให้ใช้เงินน้อยๆในการลงเลือกตั้ง  ไม่ใช่การเลือกผู้ว่า กทม ให้ใช้งบได้ 32 ล้าน  คนมีเงินมากย่อมได้เปรียบมากกว่า

- การใช้งบประชาสัมพันธ์โดยกกต   ที่เป็นธรรม  และ

- การให้สื่อที่ประชาสัมพันธ์อย่างเป็นธรรม

- การลงลายมือ  หรือพิมพ์ลายนิ้วมือ  ชื่อในบัตรลงคะแนนเพื่อป้องกันบัตรผี     (เหมือนในสมัยคุณยุวรัตน์  กมลเวช )  แม้นจะบอกว่าเพื่อป้องกันชาวบ้านที่ขายเสียง     ซึ่งเท่ากับการสนับสนุนให้เกิดการโกงคะแนน

- การกำหนดให้มีงบให้เครือข่ายภาคประชาชนร่วมตรวจสอบการเลือกตั้ง   เช่น 10% ของงบเลือกตั้งทุกชนิด

- สามารถดักฟังโทรศัพท์ได้

- เครือข่ายที่ทำการซื้อสิทธิขายเสียงต้องติดคุกทุกน ไม่ว่าเลขา ที่ปรึกษา หัวคะแนน ญาติ  เหมือนในญี่ปุ่น

ฯลฯ

นี่คือที่มาของการป้องกันการโกงคะแนน และป้องกันการโกงประชาธิปไตย เมือเราได้คนดีที่ประชาชนเลือกจริงแล้ว การปกครอง  การร่างกฎหมาย ก็จะเป็นธรรมแก่ประชาชน แต่หากเราปล่อยให้คนโกงคะแนนเข้ามาเป็น สส สว         แน่นอนเขาต้องมาถอนทุนคืน และมองไม่เห็นหัวของประชาชน   การบริหารประเทศ  ก็จะ ไม่ได้ทำเพื่อประชาชน แต่ทำเพื่อตนเอง

๒.    การที่เราต้องการประชาธิปไตย   คือการปกครองโดยประชาชนเพื่อประชาชน     แต่ ประชาชนต้องมีความฉลาด รู้เท่าทัน ไม่ตกเป็นเครื่องมือของนักการเมือง    สามารถทำมาหากิน ยืนอยู่บนขาตัวเอง ไม่ต้องพึ่งพานักการเมือง ผู้มีอิทธิพล พ่อค้า นายทุน     นั่นคือ ระบบการศึกษา   ต้องทำให้คนฉลาด  ประกอบอาชีพ ได้  มีองค์ความรู้พอสมควรในระบอบประชาธิปไตย รู้สิทธิ  หน้าที่ของตนพอควร นั่นคือ ต้องมีสื่อ ทีวี หนึ่งช่องฟรี     ในการให้ความรู้ประชาชนไม่ใช่ปิดหูปิดตา ปิดกั้น ความคิดเห็น  มันสมอง    ซึ่งอาจจะให้สภาพัฒนาการเมืองเป็น ผู้ทำหน้าที่ ซึ่งตามกฎหมายพระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเมือง  พศ ๒๕๕๑ ได้กำหนดให้สภาพัฒนาการเมืองได้ทำหน้าที่ พัฒนาการเมือง ในระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป้นพระประมุข    สร้างความเข้มแข็งของการเมืองภาคพลเมือง  (www.pdc.go.th www.parent-youth.net )  ซึ่งหากรัฐบาล จริงใจ ควรให้สื่อทีวี หนึ่งช่อง วันละครั้ง หนึ่งชั่วโมงเพียงพอ   รมทั้งให้ งบประมาณ พอควรในการปฏิรูป(พัฒนาการเมือง)การเมือง

๓.     สังคมไทย ตอนนี้เต็มไปด้วย สงครามจิตวิทยา ข้อมูลข่าวสาร พยายามดึงประชาชนเป็นพวก ให้มากสุด  โดยให้ข้อมูลด้านเดียวเท็จบ้างจริงบ้าง    เพื่อหลอกลวงประชาชน ที่มีหัวใจบริสุทธิ์ มีใจรักชาติ จิตใจดีงาม   แต่ตามไม่ทันเกมส์ แม้น แต่ทหาร ตำรวจ  นักเคลื่อนไหว ต่างๆ   ก็ตาม     หรือการโจมตี คนดี เป็นคนเลว คนเลวกลายเป็นคนดี ด้วยสงครามข้อมูลข่าวสารที่คนไทยมักเชื่อง่าย ๆ  ขาดการคิดวิเคราะห์ไตร่ตรอง    จนตกเป็นเครื่องมือของคนที่จ้องแสวงหาประโยชน์        ซึ่งน่าวิตกกังวลมากว่า ประชาชน  ทหาร  ตำรวจ  จะถูกใช้เป็นเครื่องมือของนักการเมืองบางกลุ่มบางคน   เช่นสร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวายเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้าเลือดตก  ยางออก  เศรษฐกิจเสียหาย   สร้างสถานการณ์ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เป็นจำเลย

แต่ประเทศชาติ ประชาชนรากหญ้า มีแต่เสียกับเสีย    นักการเมืองบางกลุ่มบางคน  มีแต่ได้กับได้  ฉวยโอกาสผ่านงบประมาณการทำโครงการใหญ่ๆต่างๆ    ง่ายๆ         สุดท้าย คนที่กอบโกย ก็โกยกันต่อ ไม่มีใครมาสนใจ จ้องมอง         เช่น   พวกกลุ่มพลังงาน  แหล่งน้ำมันดิบ  แหล่งก๊าซธรรมชาติ ต่างๆ      ระบบการศึกษาที่รร. กวดวิชาเต็มเมือง     ราคาสินค้าที่ไม่เป็นธรรม

๔.     พวกกลุ่มเคลื่อนไหว    ไม่ได้ จัดการป้องกันปัญหาในระยะยาวคือการป้องกันเพียงเรื่องๆเป็นพักๆ   แต่หากมีการวางระบบการตรวจสอบ เป็น ระยะยาว  เช่น  การจัดตั้งรัฐบาลเงา คือการติดตามทุกกระทรวง ในการออกนโยบาย ไม่ต้องหยุดไม่ว่าพรรคไหนๆ มาเป็นรัฐบาลถูกตรวจสอบหมด    โดยแบ่งเป็นกระทรวงๆ ใครสนใจกระทรวงไหนก็หาข้อมูลว่า โครงการนโยบายที่ออกมานั้น มีประโยชน์กับประชาชนจริงไหม เช่นกระทรวงศึกษาขอ งบกลางปี  แสนกว่าล้านเอาไปทำอะไรบ้าง      ม.นอกระบบค่าเทอมแพงขึ้นคุณภาพดีขึ้นจริงไหม  หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทำให้เยาวชน อนาคตของชาติมีคุณภาพ หรือเป็นเครื่องมือหากินของ เครือข่ายโรงพิมพ์     ส่วนต่างดอกเบี้ยที่แพงๆ ใครได้ประโยชน์ แบงค์ชาติ กระทรวงการคลังทำหน้าที่อย่างบริสุทธิใจไหม  หรือเอื้อประโยชน์ใคร  เงินกู้รัฐบาล เกือบแสนล้านเอาไปทำอะไร  มีประโยชน์  หรือตัวชี้วัดใดที่คาดว่าจะได้ผล     การขึ้นค่าทางด่วน มีข้อกำหนด หรือเป็นธรรมไหม   การขึ้นค่าเอฟที เป็นธรรมแก่ประชาชนหรือหมกเม็ด       การให้สัมปทาน แหล่งก๊าซมีใครได้บ้าง   ให้ผลตอบแทนอย่างไรแก่รัฐ  ( ที่จริงชาวบ้านน่าเรียกร้องให้แบ่งกำไรให้ชุมชนนั้นๆ  อย่างต่ำ 70 %  )  ฯลฯ

๕.     องค์กรอิสระ กระบวนการศาลควรจะมีการถ่วงดุล ตรวจสอบ เช่นคณะลูกขุน

นี่คือการตรวจสอบการมีส่วนร่วมกับทุกรัฐบาล

แผนภาพวงจรอุบาทว์ประเทศชาติหายนะ และ วงจรสร้างชาติประเทศชาติเจริญก้าวหน้า ได้ที่นี่

ทางออกเพื่อบ้านเมือง  หากทุกฝ่ายรักชาติ และต้องการแกไข้ปัญหาไม่ใช่เพื่อหวงอำนาจ หรือเพื่ออำนาจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งดังนี้  แต่เพื่อบ้านเมือง  ขอเสนอดังนี้

๑. เสนอให้ทำประชามติถามประชาชนทั้งประเทศว่าสมควรยุบสภาหรือไม่    เมื่อไร เพราะเป็นมติของคนทั้งประเทศ  ไม่ใช่ของเฉพาะเสื้อแดงหรือรัฐบาล เพราะสิทธิ์ และอำนาจเป็นของประชาชนไม่ใช่ของคนกลุ่มใดกลุ่มใดหนึ่ง

๒. จากวงจรความหายนะของประเทศข้างต้น เราจะพบว่าปัญหาอยู่ที่เกณฑ์การเลือกตั้ง  ดังนั้นเราจึงต้องเร่งแก้ไขเกณฑ์การเลือกตั้ง  และจัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูปการเมือง (ซึ่งรวมทั้งตั้งคณะกรรมการแก้ไขเกณฑ์ การเลือกตั้ง อย่างเร่งด่วน)  และปฏิรูปการศึกษาปลูกฝังจิตสำนึกรักชาติ และจิตสาธารณะ   คิดเป็น ไม่ใช่เครื่องมือของธุรกิจ  คณะกรรมการต้องคนดีมีคุณธรรมไม่ใช่นักการเมือง  เป้นแกนนำเชิญชวนทุกฝ่ายร่วมมือกันปฏิรูปมีสื่อหนึ่งช่องฟรี

๓. กระบวนการยุติธรรม และองค์กรอิสระ ต้องมีมาตรฐานเดียว

ปรารถนาดี  พท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี  สมาชิกสภาพัฒนาการเมือง   www.thammapiban.com www.pdc.go.th 8 เมษายน 2553

2 Responses

  1. spam - January 5, 2010

    spam spam

  2. admin - June 27, 2010

    ขอบคุณค่ะ

Leave a Reply

Spam Protection by WP-SpamFree